แรงบันดาลใจปิ่นโตไลฟ์โค้ช

ใส่ความเห็น

มิถุนายน 23, 2013 โดย PINTO

จากช่วงนั้น ที่ปิ่นกำลังอยู่ในช่วงการยืนยันคำตัดสินใจ ว่าจะลาออก จากบริษัทเกาหลีที่เราหลงรักไม่ลืมหูลืมตา ตามประสาคนบ้าเกาหลี แต่ทำไมเรากลับมีชีวิตเหมือนไม่มีชีวิตอยู่ในนั้น

ที่นี่เป็นบริษัท ที่เราเคยคิดและตั้งเป้าว่าเป็นเป้าหมายหนึ่งในชีวิต แต่ทรมานใจแสนสาหัส เพราะทำงานที่นี่ เป็นทุกข์ใจจนผลักดันให้ได้อ่านหนังสือธรรมะเกือบ 100 เล่ม

แต่ การจัดการกับเสียงภายในที่บอกว่าลาออกเถอะประมาณ 2000 ครั้ง หยิบใบลาออกมาสต็อคไว้ประมาณ 15 ใบ ยื่นจริง 4 ครั้ง ถูกฉีกทิ้ง 2 ครั้ง พับเก็บกลับไปตั้งหลักใหม่ 1 ครั้ง และมีผล 1 ครั้ง ทุลักทุเลไม่เบา (คงจะได้ติดตามอ่านกัน เร็วๆ นี้ กับ เรื่องราวของยายเจี๋ยมเจี้ยมที่บ้าเกาหลี แต่กลับไปเจอเสน่ห์ความเป็นไทยอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ใน “ยิ่งหลงเกาหลี ยิ่งรักประเทศไทย” ^^)

อ่า…ถ้าจะถามว่า ก็แล้วทำไมไม่ลาออกไปซะที เมื่อก่อนคงจะตอบว่า เพราะหลงรักไม่ลืมหูลืมตา แต่ภายหลัง เมื่อได้เรียนรู้เรื่องจิตใต้สำนึกแล้ว จึงพบว่าเรา “กลัว” อะไรหลายๆ อย่างมากกว่า

กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวล้มเหลว กลัวสารพัดรูปภาพ

และแล้ว ขณะที่ยื่นใบลาออก แล้วได้รับการเจรจาให้พับเก็บกลับไปตั้งหลักใหม่ตอนนั้น

เรา ได้มีเวลาหายใจ เพราเป็นวันหยุดยาว จึงไล่หาธรรมะฟังดับทุกข์ในใจใน youtube อยู่ดีๆ ก็นึกถึงพี่อ้อย ฐิตินาถขึ้นมา ลงมือ search youtube ด้วยการค้น คำว่า “ฐิตินาถ” มีไฟล์ขึ้นมามากมาย ดูมันเกือบหมดนั่น!

ไม่อยากเชื่อ ก็ต้องเชื่อ เพียงแค่คำบางคำจากพี่อ้อย (ตอนนั้นเรียกแบบนี้ ตอนนี้เรียก ครูอ้อยคะ ^^) ทำให้ก้อนทุกข์แข็งๆ ที่ทำให้ใจรู้สึกทรุดโทรม กระเด็นออกไปและกลับรูปเป็นปกติที่สุขสงบได้อย่างง่ายดาย

วลีนั้น ประมาณนี้

“ทุก สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นเพื่อส่งชีวิตเราไปในจุดที่ดีที่สุดเสมอ สิ่งต่างๆ ภายนอก ไม่ได้ดีหรือร้ายด้วยตัวของมันเอง อยู่ที่เราตีความ เป็นการทำลายชีวิตเรา หรือตีความ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเรา”

ทุกอย่าง…เกิดจากจิตใจของเรา เราเลือกมันเอง แล้วเราเปลี่ยนวิธีเลือกมันได้ด้วย!

อืม จริง! เราทุกข์ทรมานเพราะตีความทำร้ายตัวเองหมดเลย

จากนั้นตะลุยดูคลิปวีดีโอที่มีคำ search ว่า ฐิตินาถ จนจบเกลี้ยงทั้ง youtube

แล้วทำไงต่อคะ

ก็ไป search google ฐิตินาถต่อ ^^ พบว่าพี่อ้อยกำลังจัดคอร์สอบรม NLP ไปดูราคา…โอ้แม่เจ้า 49,000

o_O ตกใจได้อีก

แล้วโชคดีมาก ที่ได้ไปกดดูคลิปเปิดตัวการอบรม ที่มีพิธีกรเป็นอาตุ๊ยส์ และก็มีทราย มือขวาคนเก่งของครูอ้อย อดีต Producer รายการเจาะใจด้วย

ดูคลิปอันนั้นจบ ตบโต๊ะ! ตัดสินใจทันที วิชาเทพแบบนี้ ชีวิตนี้ต้องเรียนให้ได้!!! อะไรมันจะอะเมซิ่งขนาดนั้น!

กลับมาดูราคาอีกครั้ง…ด้วยมุมมองที่แปลกออกไป และอ่านละเอียดกว่าเดิม

ถ้า 49,000 บาท มันอาจจะแพง ถ้ามันเพื่อเราคนเดียว (แต่หลังจากอบรมมาแล้ว ต่อให้ช่วยเราคนเดียว ก็ยังคุ้มเรย!) แต่มันจะถูกไปทันที ถ้าตัวหารมันเยอะ เพราะมันสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมาย

ที่จริงเวลานั้น ก็นึกๆ อยู่ ว่าเราจะไปช่วยใครได้บ้าง

และแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป เราก็ได้มีโอกาสช่วยหนึ่งในคนเหล่านั้นที่เรานึกถึง และเขาได้มีความสุขเพิ่มมากกว่าเดิมมาก เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองไปอย่างมากมาย! ^^

การได้มีโอกาสแบ่งปันกับ เพื่อนคนนี้ มันช่างเป็นการเรียนที่คุ้มค่ามากเกินบรรยาย และเป็นที่มาให้เราเห็นคุณค่ามหาศาลของการเรียน เข็มทิศจิตใต้สำนึก นี้

เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเรา

เวลาที่เราเคยมีปัญหากังวลใจ เรื่องที่ทำงาน นู่น นี่ จิปาถะ เพื่อนผู้น่ารักคนนี้คือผู้ที่คอยให้กำลังใจ ให้เวลากันเสมอๆ เธอเป็นเพื่อนจากที่ทำงานเก่า

บอกได้เลยว่า เธอเป็นคนสวย ระดับเชียร์ลีดเดอร์

ขณะเดียวกัน เธอก็เป็นตัวแม่เรื่องเที่ยว เป็นนักดื่มที่หาตัวจับยาก เธอสามารถดื่มเหล้า เพียวๆ ไม่ผสม ไม่เมา ดื่มเก่งจนผู้ชายต้องซูฮก

นอกจากนี้ เธอยังสูบบุหรี่บ่อยๆ และพบกับความรักที่เจ็บปวด ตลอดจนเผชิญอุปสรรค ปัญหาสารพัดกับชีวิตการทำงาน แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ กำลังจะเปลี่ยนไป โดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ใครจะไปคิด ว่า 7 วันหลังจากเรียนจบ 7 วัน practicetioner ของครูอ้อยออกมาแล้ว ที่นำมาใช้ในส่วนตัว คือ รู้สึกมั่นคงในตัวเองมากขึ้นอย่างมาก, รู้สึกได้ชัดว่าเราใส่ใจคนอื่นมากขึ้นมาก เรามองในมุมของเขามากขึ้น มองเขาทะลุทะลวงขึ้น และประหลาดใจว่าทำไม เราสามารถพูดอะไรๆ ดีๆ งดงาม ลึกซึ้ง สละสลวยอย่างที่เมื่อก่อนไม่น่าจะพูดออกมาได้อย่างนี้ o_O เราพูดอะไรดีๆ อย่างงี้ออกมาได้ไงเนี่ยะ! (มารู้ภายหลังว่าครูอ้อยอัพโหลดไฟล์เข้าไปในตัวเราแต่ละคน…มันอัพโหลดกัน ได้ยังงี้เลยจริงๆ รึเนี่ยะ!) ออกมาวันแรกๆ ประหนึ่งครูอ้อยเข้าทรงมากๆ ;D เสียง จังหวะการพูดของเราเปลี่ยนไปหมด ไม่ใช่เราเป็นคนเดียว เป็นกันทั้งรุ่น!

และแล้ว เพื่อนคนนี้ คนที่พกความเชื่อมั่นทั้งในตัวครูอ้อย และในตัวเรามาเต็มกระเป๋า

เธอกับเรา คุยโน่น นี่ นั่น กันพักใหญ่ อารัมภบทแบ่งปันเรื่องราวดีๆ สิบแปดสิ่งที่มีในคลาส เข็มทิศจิตใต้สำนึก NLP และแล้ว ก็ถึงช่วงเวลาพาเข้าทรานซ์ (ภาวะผ่อนคลายพิเศษ ที่เปิดโอกาสให้จิตใต้สำนึกทำงานและแสดงตัวอย่างเต็มที่)

พาย้อนไป ภาพแรกที่เพื่อนเห็น เพื่อนไปเห็นตัวเองอยู่ในเปลเด็ก มีความสุข  แม่ไกวเปล เพื่อนก็อ้อ แอ้ เหมือนอยากจะให้แม่อุ้ม อยากจะเล่นกับแม่

แล้วพอย้อนนนนนนกลับไป โผล่อีกที….ยังไม่ทันจะเล่า….ก็แอบเห็น…….น้ำตาเพื่อนไหล…

เพื่อนบอกว่า เหมือนตัวเองไม่รู้สึกท่อนล่าง ขยับไม่ได้ แต่ท่อนบนดิ้นไปมา อึดอัด

แล้วเธอค่อยๆ เผยอย่างอ่อนแรง “แม่ไม่อยากเอาเราไว้”……

แล้วเธอก็สะอื้นไห้

เราเผยความจริงให้เพื่อนได้รับรู้ในทรานซ์ว่า พ่อแม่ ก็มีบาดแผลของเขาเอง ที่เขาก็ไม่รู้จะจัดการมันได้ยังไง เขาไม่รู้จะแก้ไขปัญหา บาดแผลที่เขาประสบอยู่ได้ยังไง เขาไม่รู้ว่าต้องดูแล เยียวยาตัวเองยังไง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย เราสวยงาม ยอดเยี่ยม ดีงามเสมอ

หากใครถามว่า รู้ได้ยังไง

หากคุณมาเรียนรู้ด้วยกัน คุณจะรู้เลยว่า สิ่งนี้เป็นจริงเสมอ เหมือนเมื่อไรที่ใครปลิดก้านของแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลจะตกลงพื้นเสมอ ดังกฎธรรมชาติที่นิวตันค้นพบ

และแค่เราบอกเพื่อน  ว่าอยากจะบอกอะไรแม่บ้าง

เพื่อนคนนี้ บอกแม่เธอทันที…

“ไม่เป็นไรนะแม่” แล้วเธอก็ไปปลอบ ไปกอดแม่ ด้วยน้ำตาเต็มตื้น

เธอให้อภัยแม่ กอดแม่ ด้วยจิตใจที่กล้าหาญ เข้มแข็งของเธอ

มาถึงวันนี้ ยิ่งชัดเจน ว่าเพื่อนคนนี้ ช่างมีจิตใจที่อ่อนโยนและดีงาม เข้มแข็ง

เรา ส่งเพื่อนเราออกมาด้วยการปั่นความสุขที่เขาเป็นผู้ให้ ที่คอยช่วยเหลือใครต่อใครมากมาย ได้ยินคำขอบคุณเยอะแยะแค่ไหน ความมีน้ำใจ ความสามารถ ความดีงามมากมายดั่งมหาสมุทรของเพื่อนจะมีคนขอบคุณเขาอีกมากมายนับไม่ถ้วน นับแต่นี้เป็นต้นไป ฯลฯ

แล้วเมื่อพาออกจากทรานซ์ สีหน้าและคลื่นความรู้สึกที่เพื่อนสนิทคนนี้ส่งออกมา มันบอกได้ชัดเจนเลยว่า สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับเขาแล้ว และเราก็เห็นทะลุไปถึงใจเธอว่า เธอช่างสุดยอด เข้มแข็ง แม้เธอต้องเผชิญกับความเชื่อและสภาวะแวดล้อมที่คิดว่าแม่ไม่อยากเอาเธอไว้ แต่เธอก็ต่อสู้ สามารถเลือกที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น เป็นประธานสมาคม เป็นแม่งานโครงการบริจาคหลายอย่าง เพื่อนเยอะแยะมากมาย

เธอ เล่าว่า เธอรู้สึกเหมือนก้อนอะไรบางอย่างหลุดออกไปจากตัวเธอ รู้สึกโล่งงงงง สบายมากๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แล้วก็เฉลยว่า นั่นสินะ ถึงว่า ทำไมเคยรู้สึกลึกๆ มาตลอด ว่าตัวเองไม่มีค่า…

นี่สินะ คือที่มา ให้เธอมีพฤติกรรม ที่สอดคล้องกับความเชื่อจุดนี้ของเธอเอง

ความรู้สึกดีเหลือล้นที่ส่งผ่านถึงเรา จากการที่เพื่อนได้รับรู้ และไปให้อภัยแม่และมองเห็นตัวเองมีค่า มันเรียกว่าวิเศษมาก! ยังน้อยไป!  เรากอดกัน รู้สึกดีใจกับเพื่อนแบบมหาศาล ที่เขาสามารถคลี่คลายสิ่งที่ค้างคาในใจ ที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเขาเชื่ออะไรแบบนี้อยู่

แต่ที่ทำให้เราน้ำตาไหลด้วยความซึ้งอย่างที่สุด ก็คือ

วันรุ่งขึ้น เพื่อนส่งข้อความอัพเดทว่า เพื่อนไปหาแม่แท้ๆ ที่เลี้ยงน้องสาวแต่ไมได้เลี้ยงเธอมา (ปรากฏ เพื่อนคนนี้มีแม่สองคน คนนึงแม่แท้ๆ ที่ไม่ได้เลี้ยงเธอ อีกคนคือแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาแต่เด็ก แต่ไม่ใช่แม่แท้ๆ) เธอบอกแม่แท้ๆ ว่า “ขอบคุณที่ทำให้เค้าเกิดมา เค้ารู้แล้วว่าจะต้องดำเนินชีวิตต่อไปจากนี้เองยังไง เค้าไม่โกรธแม่ เค้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว”

แม่ของเธอ งงเป็นไก่ตาแตก วันนี้มาแปลก มันอะไรยังไง

เพื่อนเล่าให้ฟังว่าไปผจญภัยในจิตใจกับปิ่นโตไลฟ์โค้ช เจออะไรมาบ้าง

แม่ถึงกับร้องงงงงงงงงงไห้ไม่หยุด

แล้วแม่ก็บอกเพื่อนด้วยน้ำตาว่า “แม่ไม่เคยคิดจะเอาลูกออกนะลูก แม่แค่ไม่รู้ว่าจะทำตัวให้มีความสุขได้ยังไงในช่วงเวลานั้น…”

…มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แม่มีปัญหาของแม่ ที่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร คุณแม่มีลูกตั้งแต่อายุยังน้อยมากๆ แม่ไม่ได้มีเจตนา ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายเธอ

เพื่อนกับแม่กอดกัน ด้วยความรู้สึกที่ไม่มีอะไรกั้น เหมือนก่อนมา เพื่อนรู้สึกดีอย่างสุดจะกล่าว

และที่น่าอัศจรรย์มาก! ก็คือว่า

จาก ที่เพื่อนเคยกินเหล้าเพียวๆ ได้ทีละหลายขวด จนผู้ชายต้องตะลึง, สูบบุหรี่เยอะ แต่ตั้งแต่นั้นมา เพื่อนไม่แตะเหล้าอีกเลย บุหรี่น้อยลงมากมาย ไปเรียนโยคะ ไปนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม เดิมที การแต่งตัวตามสไตล์เพื่อนคนนี้ จะ “จัดหนัก” ตลอด หมายถึง รองเท้าต้องใส่ส้นสูง, ต้องติดขนตาปลอม, ผมต้องทำสี และชอบใส่เสื้อสีดำ ไม่ก็สีแรงๆ ฉูดฉาด ไม่ชอบใส่เสื้อสีขาว ไม่รู้ทำไม

แต่เดี๋ยวนี้ แม้ผมไม่ทำสี ก็ไม่ร้อนรนอะไร รู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิต, ไม่จำเป็นต้องติดขนตาปลอม, ไม่ใส่ส้นสูงโดยไม่จำเป็น ชอบใส่เสื้อผ้าสีขาวมากขึ้น จนน่าสังเกต ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ชอบใส่เลยสีขาว เธอบอกว่ารู้สึกสวยจากข้างใน ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องมีอะไรมากมายภายนอก O_O

และที่เราสังเกตเห็น เมื่อก่อนเวลาพูดถึงแม่ เธอจะมีร่องรอยของความเจ็บปวดเมื่อพูดถึง แต่ตอนนี้ เธอเต็มใจบอกเล่าเรื่องราวของเธอให้เป็นประโยชน์ต่อผู้คนมากมาย

มันเพราะอะไร…เพราะบาดแผลนั้น ได้รับการเยียวยาแล้วนั่นเอง มันไม่เจ็บปวด ทิ่มแทงใจอีกแล้ว

สุขจากการดูหนังเกาหลีเรื่องที่สนุกที่สุด ซึ้งที่สุด เทียบไม่ได้แม้แต่ 5% ของความรู้สึกที่ยินดีไปกับการปลดล็อคของเพื่อน ที่ค้นพบความมหัศจรรย์ ยอดเยี่ยมในตัวอีกครั้ง และสามารถมีชีวิตใหม่ที่สวยงามมากกว่าที่เคยมีมา

ที่จริง เราเป็นเพียงผู้ช่วยสนับสนุนเขา..แต่ผู้ที่สุดยอดที่แท้จริง ก็คือ เพื่อนเราคนนี้นี่ล่ะค่ะ ^^ “ฟ้า” อยากบอกว่า ภูมิใจในตัวของฟ้ามาก

และ หัวใจสำคัญที่สุด คือ ครูอ้อย ชีวิตนี้ ไม่เคยคาดคิด ว่าจะมีโอกาสได้สัมผัส กาย วาจา ใจ กับครูอ้อย อย่างใกล้ชิดแบบนี้ ขอบคุณครูอ้อยอย่างที่สุด สำหรับวิชาที่ยอดเยี่ยม มหัศจรรย์ ทุกความเมตตา ทุกคำแนะนำ ทุกคำอธิบาย ความช่วยเหลือ ชี้แนะ ทุกสิ่งทุกอย่าง ครูอ้อย นับเป็นครู, เป็นพี่, เป็นแม่, เป็นแบบอย่าง ไอดอลของเราและนักเรียนเข็มทิศทุกคน เป็นครูที่น่ารัก มั่กมากกกกกกกกกก

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้เราได้มาเจอกัน ที่ทำให้ได้พบวิชามหัศจรรย์นี้ ได้พบเพื่อนๆ ที่สุดยอด และพบผู้อ่านที่กำลังอ่านมาถึงตรงนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

คลังเก็บ

%d bloggers like this: